“พ่อครับ ผมเป็นทอม”

637 จำนวนผู้เข้าชม  |  SEX & Relationship บล็อก

บ้านผมไม่ได้รวย แต่ก็ไม่ได้ลำบากถึงขนาดหาเช้ากินค่ำ
ผมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลางครับ
ผมเปนลูกคนกลาง มีพี่สาว น้องสาว
เราทั้งสามไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ ไม่สิ
ไม่สนิทแม้แต่กับพ่อ หรือกับแม่
ตั้งแต่จำความได้ ผมอยู่กับพี่เลี้ยงมาตลอด
ผมต่างหากไม่สนิทกับใคร
โตกับเด็กตรงข้ามบ้าน

ลืมไปด้วยซ้ำว่าความหมายของครอบครัว คืออะไร?

นานๆ ครับที่จะได้ออกไปกินข้าวนอกบ้าน
แบบพร้อมหน้าพร้อมตากัน
ผมถูกเลี้ยงมาแบบนั้น แบบที่มีเทศกาลทีก็ได้ของขวัญ
จำได้ว่าของวัญชิ้นแรกคือวิดิโอคอนเสิร์ตของนักร้องดังในยุคนั้น

ตัดภาพมาที่ตอนโต
ผม พี่สาว น้องสาว ต่างเลือกเดินตามทางของตัวเอง
เราไม่เคยปรึกษากันด้วยซ้ำ ว่าจะเรียนคณะอะไร
มหาวิทยาลัยไหน จังหวัดอะไร
ส่วนผม ผมเลือกไปเรียนที่กรุงเทพฯ เลยครับ
ไม่ปรึกษาแม้กระทั่งพ่อกับแม่
เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผมอกหัก 55 5 แค่นั้นล่ะ

ผมกับครอบครัว ยังคงรักษาระยะห่างได้ดี
เคยห่างแบบไหน ก็ยังห่างแบบนั้น แม้แต่พ่อกับแม่
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมใช้ชีวิตโลดโผนขนาดไหน
แต่นั่นไม่สำคัญครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมอกหักอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ดูจะเจ็บหนักกว่าที่เคย จากเด็กต่างจังหวัด
ประสบการณ์ยังอ่อนหัดนักกับผู้หญิงในเมืองกรุงฯ
ตอนอยู่กรุงเทพฯ

เข้ากรุงเทพฯ
ผมตัดสินใจกลับบ้านในคืนนั้น
วันที่เธอ…เลือกทิ้งผมไปกับใครอีกคน
ผมนั่งรถทัวร์กลับบ้าน พร้อมด้วยน้ำตาที่มันตามผม
มาตลอดทาง กว่าจะถึงบ้านก็ค่อนแจ้งแล้ว

“พ่อ” คือคนที่เปิดประตูบ้านให้ผม ผมยกมือสวัสดี
เก็บกระเป๋าในห้อง แล้วเดินออกไปนอกระเบียงบ้าน
วินาทีนั้น ผมคิดอะไรไม่ออกหรอกครับ ยืนร้องไห้

เชื่อมั้ยครับ…
ไม่เอ่ยคำพูดอะไร
แน่นอน ผมไม่ได้หยุดร้องไห้
ร้องแล้วก็ร้อง
ทันใดนั้น…ก็มีมือเอื้อมมาแตะไหล่เบาๆ

“พ่อ“ ผมเอ่ยเรียกพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และโผเข้ากอด
โดยไม่มีคำพูดใด
นั่นคือกอดแรกของ “พ่อกับผม”
“พ่อครับ ผมเป็นทอม และผมเพิ่งโดนผู้หญิงคนนึงทิ้งไป”
ใช่ครับ ที่บ้านผม ครอบครัวผม ไม่เคยรู้ว่าผมเป็นทอม
และต่อจากนี้ ผมอยากให้คุณได้อ่านช้าๆ
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักผู้หญิงด้วยกัน
เพราะนี่คือคำจาก
“หัวอกคนเป็นพ่อ ที่มีลูกเป็นทอม”


“พ่อรู้มาตลอดว่าลูกเป็นอะไร
แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ที่ลูกเป็นทอม หรือเป็นอะไรนะ
สิ่งสำคัญคือลูกต้องได้ใช้ชีวิตในแบบของลูก
และก็ต้องอยู่ให้ได้ ไม่ว่าคนที่ลูกรัก เค้าจะรักลูกมั้ย”
รักคนที่ลูกอยากรัก
“รีบนอนนะ เดี๋ยวก็เช้าแล้ว”

ไม่มีบทสนทนาใด หลังจากคำพูดของพ่อจบลง
ใช่ครับ จากวันนั้นถึงนี้ คำว่า “เดี๋ยวก็เช้าแล้ว” ของพ่อ
ทำให้ผมก้าวผ่านทุกๆ ปัญหามาได้
รวมทั้งทำให้กำแพงที่เคยกั้นผม พ่อ แม่
และครอบครัวให้ห่างจากกัน
ด้วยคำว่า “ผมเป็นทอม” ก็พังทลายลงไป
ขอบคุณเธอคนนั้นด้วยนะครับ
ที่ทิ้งผมและเดินจากไป ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่า
“เป็นทอมไม่ได้ผิดอะไร เพราะคนไม่รักก็คือไม่รัก ก็เท่านั้นเอง”

อย่าลืม @ แท้กหาพ่อที่คุณรักนะครับ
ส่วนผู้หญิงคนนั้น #ช่างมัน

© Pazzo Man
ติดตามเรื่องราวดีดีจากเรา
คลิ๊ก!!!  

Powered by MakeWebEasy.com